‘ลูกากู’ เบิกร่อง ! ‘ทอฟฟี่’ สวนคม บุกขยี้ ‘หมาป่า’ 2-0

Sandbet99 SportPost224833

โรเมลู ลูกากู และ เควิน มิรัลลาส ซัดคนละประตูพา ทอฟฟี่สีน้ำเงิน เอฟเวอร์ตัน บุกมาถลุง “หมาป่า” โวล์ฟบวร์ก คาบ้าน 2-0 เก็บ 3 แต้มเต็มกลับบ้านพร้อมฉลุยเข้ารอบน็อกเอาท์ด้วยการเป็นแชมป์ของกลุ่ม  ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2014/2015 ประจำวันที่ 27 พ.ย. เป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม เอช คู่ระหว่าง “หมาป่า” โวล์ฟบวร์ก ทีมดังเมืองเบียร์ เปิดสนาม โวล์คสวาเกน อารีนา ต้อนรับการมาเยือนของ “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน ทีมแกร่งจากเกาะอังกฤษ โดยเกมนี้ทีมเยือนต้องการ 3 คะแนนเพื่อการันตีในการเป็นแชมป์ของกลุ่ม  เปิดฉากมา 5 นาทีเป็นเจ้าบ้านทักทายก่อนเลย จากจังหวะที่ มาร์เซล เชเฟอร์ เปิดให้กับ อิวาน เปริซิช โขกแต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล  นาทีที่ 12 เจ้าบ้านเกือบได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ เควิน เดอ บรุนน์ จ่ายทะลุช่องให้กับ อิวาน เปริซิซ เจ้าเก่า สับไกแต่บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียว  ทีมเยือนสวนมาบ้าง อีก 3 นาทีต่อมา จากลูกเตะมุมของ ลุค การ์บัตต์ เปิดมาให้กับ ซิลแวง ติสแตง โขกเต็มกบาล แต่บอลไปจูบคานอย่างจัง  นาทีที่ 22 เจ้าบ้านส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายได้แล้วจากจังหวะที่ เดอ บรุนน์ เปิดยัดให้กับ เบนด์เนอร์ ไขว้ให้กับ เปริซิซ  ซัดเข้าไปง่ายๆ แต่ไลน์แมน กับ ยกธงล้ำหน้าซะอย่างนั้น  หลังจากนั้น เจ้าบ้านโหมบุกอย่างหนักหวังทำประตูขึ้นนำ แต่นาทีที่ 43 กลับกลายเป็นทีมเยือนมาได้ประตูออกนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะสวนกลับ ออสแมน ตัวสำรอง จ่ายให้กับ มิรัลลาส ก่อนจะแตะให้กับ ลูกากู ใช้ความแข็งแกร่งชนกองหลังเจ้าบ้าน ก่อนจะซัดเข้าเสาแรกอย่างสวยงาม  หมดครึ่งแรก ทีมเยือน บุกขึ้นมานำก่อน 1-0  เข้าสู่ครึ่งหลัง เจ้าบ้านบุกหนัก นาทีที่ 57 ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่ายรอบสอง จากจังหวะเตะมุม เปริซิซ โหม่งชงให้กับ เบนด์เนอร์ โขกเข้าไปแต่ ผู้ตัดสินข้างสนามยกธงล้ำหน้าอีกครั้ง  นาทีที่ 61 จากจังหวะสวนกลับของทีมเยือนเกือบได้ประตูที่ 2 ลูกากู หลุดเดี่ยวไปซัดติดเซฟ เบนาโย บอลมาเข้าทาง ไอเดน แม็คกีดี ซ้ำจ่อๆ แต่บอลไม่เข้าเหลือเชื่อ  เกมมาถึงนาทีที่ 73 เจ้าบ้านโหมบุกต่อ มาร์เซล เชเฟอร์  กดตะบันเน้นๆ แต่ ทิม ฮาวเวิร์ด ยังเซฟช่วยชีวิตทีมเยือนไว้ได้  อีก 2 นาทีต่อมา กลับกลายเป็น เอฟเวอร์ตันมาได้ประตูหนีห่าง 2-0 จากลูกสวนกลับเช่นเคยคราวนี้เป็น ลูกากู กระชากบอลจากกลางสนามก่อนจ่ายให้กับ เควิน มิรัลลาส หลอก หลุยส์ กุสตาโว ก่อนจะซัดหักข้อเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น  เวลาที่เหลือเจ้าบ้านพับสนามบุกแต่ไม่สามารถทะลวงแนวรับของทีม เยือนได้ หมดเวลาการแข่งขัน “ทอฟฟี่สีน้ำเงิน” เอฟเวอร์ตัน บุกมาชนะ “หมาป่า” โวล์ฟบวร์ก คาบ้าน เก็บ 3 คะแนนการันตีแชมป์กลุ่มเอช พร้อมกับทะลุเข้ารอบน็อกเอาท์อย่างเป็นทางการ  รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม   โวล์ฟบวร์ก : ดิเอโก เบนาโญ (GK),วิเอรินญา,นัลโด,โรบิน น็อคเค,มาร์เซล เชเฟอร์,หลุยซ์ กุสตาโว,จูเนียร์ มาลองดา,เควิน เดอ บรุนน์,อารอน ฮันท์,อิวาน เปริซิช,นิคลาส เบนด์ทเนอร์  เอฟเวอร์ตัน : ทิม ฮาวเวิร์ด (GK),โทนี ฮิบเบิร์ต,ซิลแวง ดิสแตง,ฟิล จาเกียลกา,ลุค การ์บัตต์,มูฮาเม็ด เบซิช,เจมส์ แม็คคาร์ธี,ไอเดน แม็คกีดี,ซามูเอล เอโต,เควิน มิรัลลาส,โรเมลู ลูกากู  ผลการแข่งขันที่แข่งเวลาเดียวกัน  กลุ่ม อี : ดินาโม มอสโก (รัสเซีย) ชนะ พานาธิไนกอส (กรีซ) 2-1  กลุ่มจี : เฟเยนูร์ด (ฮอลแลนด์) ชนะ เซบีญา (สเปน) 1-0  กลุ่มจี : ริเยกา (โครเอเชีย) ชนะ สตองดาร์ ลีแอช (เบลเยียม) 2-0  กลุ่มเอช : คราสโนดาร์ (รัสเซีย) เสมอ ลีลล์ (ฝรั่งเศส) 1-1  กลุ่มไอ : สโลวาน บราติสลาวา (สโลวาเกีย) แพ้ ยัง บอยส์ เบิร์น (สวิตเซอร์แลนด์) 1-3  กลุ่มไอ : สปาร์ตา ปราก (เชก) เสมอ นาโปลี (อิตาลี) 0-0  กลุ่มเจ : อัลบอร์ก (เดนมาร์ก) ชนะ สเตอัว บูคาเรสต์ (โรมาเนีย) 1-0  กลุ่มเจ : ดินาโม เคียฟ (ยูเครน) ชนะ ริโอ อาฟ (โปรตุเกส) 2-0  กลุ่มเค : ดินาโม มินค์ (เบลารุส) แพ้ พีเอโอเค (กรีซ) 1-2  กลุ่มเค : แก็งก็อง (ฝรั่งเศส) แพ้ ฟิออเรนตินา (อิตาลี) 1-2  กลุ่มแอล : โลเคอเรน (เบลเยียม) ชนะ ลิเกีย วอร์ซอว์ (โปแลนด์) 1-0  กลุ่มแอล : แทร็บซอนสปอร์ (ตุรกี) ชนะ เมดาลิสต์ (ยูเครน) 3-1

‘สแตมบูลี’ ดลชัย ! ‘ไก่’ เปิดรัง จิก ‘เบลเกรด’ 1-0 ลิ่วน็อกเอาต์

Sandbet99 SportPost224834

เบนจามิน สแตมบูลี ซัดประตูชัยพา “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตเสปอร์ เปิดบ้าน เฉือนเอาชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด ไปแบบหืดจับ 1-0 แต่ก็เพียงพอที่จะเข้ารอบน็อกเอาต์ยูโรป้า ลีกต่อไป…  ศึกฟุตบอล ยูโรป้า ลีก ฤดูกาล 2014/2015 ประจำวันที่ 27 พ.ย. เป็นการแข่งขันในรอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม ซี คู่ระหว่าง “ไก่เดือยทอง” ทอตแนม ฮอตสเปอร์ส ทีมดังเมืองผู้ดี เปิดสนาม ไวท์ ฮาร์ทเลน ต้อนรับการมาเยือนของ ปาร์ติซาน เบลเกรด ทีมแกร่งจากเซอร์เบีย โดยเกมนี้ทีมเยือนต้องการ 3 คะแนนเพื่อการันตีในการเป็นแชมป์ของกลุ่ม  เปิดฉากมา 3 นาทีเจ้าบ้านมีลุ้นประตูก่อนเลย เอริก ลาเมลา จ่ายมาให้กับ โรแบร์โต โซลดาโด ยิงตามน้ำแต่บอลไม่เข้ากรอบ  นาทีที่ 15 ทีมเยือนมีลุ้นประตูบ้าง จากจังหวะที่ บรังโก อิลิช จ่ายให้กับ ซาซา มาร์โควิช วอลเลย์ ติดเซฟ ญอริส ปัดออกหลังไป  เกมยังเป็นเจ้าบ้านครองบอลได้มากกว่านาทีที่ 37 มีลุ้นอีกรอบ เบนจามิน สแตมบูลี กดจากระยะ 30 หลาแต่บอลยังเข้าซอง มิลาน ลูคัช นายด่านทีมเยือนรับสบาย  นาทีที่ 41 เกมต้องหยุดลงชั่วขณะ หลังแฟนบอลนิรนาม ลงมาป่วนในสนาม จนผู้ตัดสินเห็นท่าไม่ดีเรียกทั้งสองทีมเข้าสู่ห้องพักก่อนจะกลับมาลงเตะกัน ใหม่หลังผ่านไป 10 นาที  เวลาที่เหลือในครึ่งแรกยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0  เข้าสู่ครึ่งหลังไป 4 นาทีเจ้าบ้านก็ขึ้นนำจนได้ 1-0 จากลูกตะบันของ โซลดาโด บอลไปชนเสาบอลมาเข้าทาง เบนจามิน สแตมบูลี ตามซ้ำดาบสองเข้าประตูไปและเป็นประตูแรกของเจ้าตัวในสีเสื้อสเปอร์สอีกด้วย  นาทีที่ 56 เจ้าบ้านพลาดโอกาสนำห่างเหลือเชื่อ จากการยกบอลอย่างเหนือชั้นของ อารอน เลนนอน ให้กับ โซลดาโด เจ้าเก่า แต่ดันยิงออกหลังอย่างน่าผิดหวัง  เกมมาถึงนาทีที่ 68 จากจังหวะเคลียร์ไม่ขาดของกองหลังทีมเยือน เอริค ลาเมลา วิ่งมาตะบันด้วยขวา บอลเฉี่ยวเสาออกไปนิดเดียวเท่านั้น  ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ทีมเยือนพลาดโอกาสทองตีเสมอจากจังหวะโขกเหน่งๆ ของ วลาดิเมียร์ โวลคอฟ แต่ ญอริส ยังเซฟไว้ได้ บอลมาเข้าทาง ซิฟโควิช ตัวสำรอง ซัดออกข้างเหลือเชื่อ  เวลาที่เหลือทั้งสองทีมไม่สามารถทำประตูเพิ่มกันได้ จบเกม สเปอร์ส เปิดบ้านเอาชนะ ปาร์ติซาน เบลเกรด ไป 1-0 การันตีเข้ารอบน็อกเอาต์แน่นอนแล้ว  รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม  สเปอร์ส : ฮูโก ยอริส (GK),เบน เดวีส์,แยน แวร์ทองเกน,คิริเชส,ไคล์ นอจ์ตัน,เบนจามิน สแตมบูลี,มุสซา เดมเบเล,เปาลินโญ,อารอน เลนนอน,เอริก ลาเมลา,โรแบร์โต โซลดาโด  ปาร์ติซาน เบลเกรด : มิลาน ลูคัช (GK), วลาดิเมียร์ โวลคอฟ, วอจสลาฟ สแตนโควิช, ลาซาร์ เซอร์โควิช, บรังโก อิลิช, นิโกลา นินโควิช, ซาชา มาร์โควิช, ซาซา อิลิช, พีตาร์ เกอร์บิช, แดนโก ลาโซวิช, พีตาร์ สคูเลติช  ผลการแข่งขันที่แข่งเวลาเดียวกัน  กลุ่ม เอ : เอฟซี ซูริก (สวิตเซอร์แลนด์) ชนะ อพอลลอน ลิมาสโซล (ไซปรัส) 3-1  กลุ่ม เอ : บียาร์เรอัล (สเปน) เสมอ มึนเชนกลัคบัค (เยอรมัน) 2-2  กลุ่ม บี : เฮลซิงกิ (ฟินแลนด์) ชนะ โคเปนเฮเกน (เดนมาร์ก) 2-1  กลุ่ม บี : โตริโน (อิตาลี) เสมอ คลับ บรูซ (เบลเยียม) 0-0  กลุ่ม ซี : อัสเตราซ (กรีซ) เสมอ เบซิคตัส (ตุรกี) 2-2  กลุ่ม ดี : อัสตรา (โรมาเนีย) ชนะ ดินาโม ซาเกร็บ (โครเอเชีย) 1-0  กลุ่ม ดี : เชลติก (สกอตแลนด์) แพ้ ซัลซ์บวร์ก (ออสเตรีย) 1-3  กลุ่ม อี : อินเตอร์ มิลาน (อิตาลี) ชนะ ดนิโปร (ยูเครน) 2-1  กลุ่ม อี : แซงต์ เอเตียน (ฝรั่งเศส) เสมอ คาราบัก (อาเซอร์ไบจาน) 1-1

หงส์ช็อก ! ‘ลูโดโกเรตส์’ ตีเจ๊าท้ายเกม 2-2 , ปืนทุบนิ่ม 2-0 ชปล.

Sandbet99 SportPost224854

ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014/2015 ประจำวันที่ 26 พ.ย. เป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือกกลุ่ม บี คู่ระหว่าง ลูโดโกเรตส์ ทีมจากบัลเกเรีย เปิดสนาม สตาดิโอน วาซิล เลฟสกี พบกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล โดยเกมนี้ทั้งสองทีมต้องการแต้มเป็นอย่างมากเพื่อมีลุ้นในการเข้ารอบต่อไป  เปิดฉากมาแค่ 3 นาทีเป็นเจ้าบ้านได้ประตูขึ้นนำไปก่อนแบบรวดเร็ว 1-0 จากจังหวะซัดของ มาร์เซลินโญ แต่ไปติดเซฟ มิกโนเลต์ บอลมาเข้าทาง ดานี อบาโล ซ้ำเข้าไปง่ายๆ  แต่ทว่าอีก 5 นาทีต่อมา “หงส์แดง” ตามตีเสมอได้ทันควัน 1-1 จากจังหวะโยนบอลของลูคัส เลวา กองหลังเจ้าบ้านโหม่งไม่ดี บอลมาเข้าหัว ริคกี แลมเบิร์ต โขกสวนตัวนายด่านเจ้าบ้านเข้าประตูไป  นาทีที่ 20 ลูโดโกเรตส์ เกือบขึ้นนำ จากจังหวะเปิดเข้ากลางมา โคโล ตูเร สกัดผิดเหลี่ยม ชนเสาออกหลังหวุดหวิด  เกมดำเนินมาถึงนาทีที่ 29 ลิเวอร์พูล มีลุ้นขึ้นนำ จากลูกปั๊มบอลกลางสนามก่อน ราฮีม สเตอร์ริง ตัดบอลมาซัด 25 หลาบอลเหินข้ามคานออกไป  จนกระทั่งนาทีที่ 37 ลิเวอร์พูลก็พลิกกลับมานำบ้าง 2-1 จากลูกปาดเรียดเข้ากลางประตูของสเตอร์ริง ให้กับ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ชาร์จจ่อๆ เข้าไปง่ายๆ  หมดครึ่งแรกไม่มีสกอร์เพิ่ม ลิเวอร์พูลยังขึ้นนำอยู่ที่ 2-1  เข้าสู่ครึ่งหลังเป็นเจ้าบ้านที่ครองบอลได้มากกว่า แต่ยังหาโอกาสยิงแบบจะจะยังไม่เจอ นาทีที่ 70 เป็น “หงส์แดง” เกือบนำห่าง จอร์แดน เฮนเดอร์ สัน กดระยะ 25 หลา แต่ นายด่านเจ้าบ้านยังเซฟไว้ได้หวุดหวิด  นาทีที่ 80 ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสทองหนีห่างอีกรอบ เจอร์ราร์ด แทงทะลุช่องให้กับ สเตอร์ริง แปเน้นๆ แต่ยังติดนายด่านเจ้าบ้านอีกรอบ  เกมมาถึงนาทีสุดท้าย เดอะค็อปถึงกับเงิบ จากลูกเตะมุมทางฝั่งขวา ดิยาคอฟ โหม่งชงให้กับ จอร์จี เทอร์ซีเยฟ ปราการหลังตัวเก่งโหม่งพังประตูตีเสมอให้กับเจ้าบ้านได้สำเร็จ 2-2  หมดเวลาการแข่งขัน ลูโดโกเรตส์ เสมอกับ ลิเวอร์พูล ไป 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 คะแนน ต้องไปลุ้นกันนัดสุดท้าย  รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม  ลูโดโกเรตส์: วลาดิสลาฟ สโตยานอฟ (GK),คอสมิน โมตี,จอร์แดน มิเนฟ,จูเนียร์ ไซคารา,จอร์จี เทอร์ซิเยฟ,ดานี อบาโล,สเวโตสลาฟ ยาคอฟ,มิคาอิล อเล็กซานดรอฟ,ฟาบิโอ เอสปินโญ,มาร์เซลินโญ,เวอร์กิล มิซิดยาน  ลิเวอร์พูล : ซิมง มิกโนเลต์ (GK),โคโล ตูเร,เกล็น จอห์นสัน,มาร์ติน สเคอร์เทล,มันควีโญ,สตีเวน เจอร์ราร์ด,ลูคัส เลวา,โจ อัลเลน,จอร์แดน เฮนเดอร์สัน,ราฮีม สเตอร์ริง,ริคกี แลมเบิร์ต ยายา ซาโนโก (ขวา) สะใจหลังซัดประตูเบิกร่องพา “ปืนใหญ๋” อาร์เซนอล ก่อนจะเอาชนะ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ไป 2-0  ในขณะที่ทีมจากพรีเมียร์ลีก อีกทีมอย่าง “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กู้ศรัทธาให้กับเดอะ กันเนอร์ส คืนด้วยการเปิดสนามเอมิเรตส์ สเตเดียมต้อนเอาชนะ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่จากเยอรมันไป 2-0 โดยได้ประตูจาก ยายา ซาโนโก นาทีที่ 2 และ อเล็กซิส ซานเซซ นาทีที่ 57 เก็บ 3 แต้มเต็มทะยานเข้าสู่รอบน็อกเอาท์ตาม ดอร์ทมุนด์ ได้สำเร็จ  สรุปผลการแข่งขันคู่อื่นๆมีดังนี้  กลุ่มเอ : มัลโม แพ้ ยูเวนตุส 0-2  กลุ่มเอ : แอตเลติโก มาดริด ชนะ โอลิมเปียกอส 5-0  กลุ่มบี : บาเซิล แพ้ เรอัล มาดริด 0-1  กลุ่มซี : เซนิตฯ ชนะ เบนฟิกา 1-0  กลุ่มซี : เลเวอร์คูเซน แพ้ โมนาโก 0-1  กลุ่มดี : อันเดอร์เลชท์ ชนะ กาลาตาซาราย 2-0  กลุ่มดี : อาร์เซนอล ชนะ ดอร์ทมุนด์ 2-0 จอร์จี เทอร์ซีเยฟ โหม่งระยะเผาขนพา ลูโดโกเรตส์ ตามตีเสมอ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล 2-2 ในช่วงนาทีสุดท้าย ฮึดแบ่งแต้มได้สำเร็จทำเอาบรรดา เดอะ ค็อป เซ็งกันเป็นแถบ…

‘เวนเกอร์’ ซูฮก 2 หอกปืน หลังช่วยกันยิง ‘เสือเหลือง’ ดับ

Sandbet99 SportPost224855

อาร์แซน เวนเกอร์ นายใหญ่ของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ออกโรงซูฮก ยายาซาโนโก และ อเล็กซิส ซานเซซ 2 หัวหอกของทีมหลังทำคนละ 1 ประตูพาต้นสังกัดเปิดบ้านต้อนเอาชนะ “เสือเหลือง” ดอร์ทมุนด์ไปได้ 2-0…  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 26 พ.ย. ว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือหน้าเหี่ยวของ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล ออกโรงยกย่อง ยายา ซาโนโก และ อเล็กซิส ซานเซซ 2 ดาวยิงของทีมที่พังประตูพา ปืนใหญ่ เปิดบ้านถลกหนังเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ ยักษ์ใหญ่เมืองเบียร์ขาดลอย 2-0 ศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เมื่อคืนที่ผ่านมา   ในเกมนี้ ยายา ซาโนโก ซัดเบิกร่องให้กับปืนใหญ่ไปตั้งแต่ไก่โห่ นาทีที่ 2 เท่านั้นก่อนที่ อเล็กซิส ซานเซซ จะมาปั่นสุดสวยพังประตูปิดกล่องให้กับ ปืนใหญ่ อาร์เซนอล เอาชนะ ดอร์ทมุนด์ไปแบบไม่ยากกว่าที่คิด 2-0 เก็บ 3 แต้มเต็มพร้อมทะยานเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ได้สำเร็จ  “ภาพรวมเกมนี้เราเล่นกันได้ตามแท็กติก โดยเฉพาะแนวรับของเราในคืนนี้เล่นกันได้อย่างดีมาก ส่วนแนวรุกเราก็เล่นกันได้ดีเช่นเดียวกัน บางครั้งเรารู้สึกว่าเรากำลังครองเกมได้ดี แต่เราอาจลืมระวังเรื่องของเกมรับ แต่คืนนี้เราทำได้ยอดเยี่ยมมาก อเล็กซิส ซานเซซ ได้มอบจิตวิญญาณในเลือดนักสู้ เขาคือส่วนผสมของความสามารถ และความกระหาย ส่วนยายา ซาโนโก ผมชอบเขาเล่นในคืนนี้นะ เขาทำลูกแรกของเขาและเป็นประตูระดับเวิลด์คลาส แต่โชคไม่ดีเข้าได้รับบาดเจ็บจนเล่นต่อไม่ไหว” ขงเบ้งเมืองน้ำหอมกล่าวผ่าน สกาย สปอร์ต หลังเกม  ทั้งนี้ “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล จะลงเตะนัดต่อไปทำศึกพรีเมียร์ลีก โดยจะบุกไปเยือนสนาม “เดอะ ฮอว์ธอร์น” ของ เวสต์บรอมวิช อัลเบียน ในวันเสาร์นี้

กุน พระเอก ! ‘เรือใบ’ พลิกนรก ถลกหนัง ‘เสือใต้’ 3-2 ต่ออายุ ชปล.

Sandbet99 SportPost224866

ศึกฟุตบอลยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2014/2015 ประจำวันที่ 25 พ.ย. เป็นการแข่งขันในรอบคัดเลือก กลุ่มอี นัดที่ 5 ระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เปิดสนาม เอติฮัด สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก จ่าฝูงของตาราง  เกมนี้เจ้าบ้านขาดผู้เล่นตัวหลักมากมายไม่ว่าจะเป็น ยายา ตูเร ได้รับโทษแบนจากการถูกไล่ออกนัดก่อน ส่วน ดาบิด ซิลวา,เอดิน เซโก,อเล็กซานเดอร์ โคลารอฟ ต่างรับบาดเจ็บทั้งสิ้น แต่ยังมี เซอร์จิโอ อเกวโร กับ ซาเมียร์ นาสรี และ เฆซุส นาบาส เป็นตัวทีเด็ดในแนวรุก  ด้านทีมเยือนขาดแค่ ฟิลิปป์ ลาห์ม กัปตันทีมคนเดียวเท่านั้น ส่วนขุมกำลังหลักอื่นๆ ต่างพร้อมหน้าลงสนามไม่ว่าจะเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี,อาร์เยน ร็อบเบน และ ฟรองค์ ริเบรี  เปิดฉากมานาทีที่ 9 บาเยิร์น เกือบนำก่อน จากลูกตักของ อาร์เยน ร็อบเบน ก่อน เซบาสเตียน โรเด จะสอดเข้ามายิง แต่ยังติดเซฟ โจ ฮาร์ท หวุดหวิด  นาทีที่ 21 แมนฯซิตี้ มาได้ลูกโทษที่จุดโทษจากจังหวะหลุดเดี่ยวของ เซอร์จิโอ อเกวโร ก่อน เมดี เบนาเทีย จะมารวบล้มลงในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้เป็นลูกโทษทันทีพร้อมกับ ควักใบแดงไล่ เบนาเทียออกจากสนามอีกด้วย และ อเกวโร ก็ลุกขึ้นมาสังหารเองไม่มีพลาด พา ซิตี้ ขึ้นนำไปก่อน 1-0  อีก 1 นาทีต่อมา ทีมเยือนต้องเปลี่ยนตัว โดยเอา เซบาสเตียน โรเด ออกและเอา ดันเต มายืนปราการหลังแทน เบนาเทีย ที่โดนใบแดง  นาทีที่ 34 เจ้าบ้านมีลุ้นประตูที่สอง จากลูกตะบันไกล 30 หลาของ แฟรงค์ แลมพาร์ด แต่บอลเหินข้ามคานนิดเดียวเท่านั้น  แต่แล้วนาทีที่ 40 บาเยิร์น ตีเสมอ แมนซิตี้ ได้สำเร็จ 1-1 จากลูกกดฟรีคิก ของ ชาบี อลอนโซ ยิงเรียดเสียบมุมเข้าไปอย่างเหนือชั้น  จนกระทั่งนาทีสุดท้ายของครึ่งแรก เป็น บาเยิร์น มิวนิก 10 คน มาได้ประตูพลิกขึ้นนำ แมนฯซิตี้ 2-1 จากลูกโขกของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี บอลเสียบเสาเข้าไป ทำเอาสนามเอติฮัด สเตเดียม ถึงกับเงียบสงัดเลยทีเดียว  หมดครึ่งแรก บาเยิร์น มิวนิก 10 คนบุกมาขึ้นนำ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ อยู่ 2-1  เข้าสู่ครึ่งหลังไป 5 นาที เจ้าบ้านโหมบุกเลย เฆซุส นาบาส หลุดไปซัดด้วยขวา แต่นอยเออร์ ยังปัดออกหลังหวุดหวิด  นาที 60 เจ้าบ้านพลาดประตูตีเสมอ อีกครั้ง แฟรงค์ แลมพาร์ด กดเต็มข้อ 30 หลา แต่นอยเออร์ ยังบินปัดออกหลังไปได้อีกครั้ง  เจ้าบ้านโหมบุกอยู่นานจนกระทั่ง 5 นาทีสุดท้ายก็มาประสบความสำเร็จตตีเสมอได้สำเร็จ  2-2 จาก อเกวโร ฉกลูกจากความผิดพลาดของกองหลังเจ้าบ้านก่อนจะยิงเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม ลูกฉกมายิงเสียบเสาของ อเกวโร  ในช่วงทดเจ็บ แมนฯซิตี้ พลิกกลับมานำ 3-2 อย่างเหลือเชื่อจากลูกเคลียร์ไม่ขาดของ บัวเต็ง ทำให้ อเกวโร ฉกบอลไปได้ ก่อนแปเรียดผ่านมือ นอยเออร์ งดงามและเป็นแฮตทริกของเจ้าตัวอีกด้วย  หมดเวลาการแข่งขัน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พลิกเอาชนะ บาเยิร์น มิวนิก ไปได้แบบสุดมัน 3-2 เก็บ 3 คะแนนสำคัญต่อลมหายใจในการเข้ารอบน็อกเอาท์ โดยจะไปตัดกับ โรมา ในนัดสุดท้าย   รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม  แมนฯซิตี้ : โจ ฮาร์ท (GK),บาการี ซานญา,แวงซองต์ กอมปานี,อีเลียควิม ม็องกาลา,กาเอล กลิชี,แฟรงค์ แลมพาร์ด,เฟอร์นันโด,เจมส์ มิลเนอร์,ซาเมียร์ นาสรี,เฆซุส นาบาส,เซอร์จิโอ อเกวโร  บาเยิร์น มิวนิก : มานูเอล นอยเออร์ (GK),ราฟินญา,เฌโรม บัวเต็ง,เบนาเทีย,โรเด,ซาบี อลอนโซ,อาร์เยน ร็อบเบน,ฮอยเบิร์ก,ฮวน เบอร์นาท,ฟรองค์ ริเบรี,โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี พลพรรค “สิงโตน้ำเงินคราม” ยังโชว์ฟอร์มดุต่อเนื่อง ไล่ถลุง ชาลเก คาบ้านถึง 5-0 ฉลุยเข้ารอบน็อกเอาท์ได้สำเร็จ  ในขณะที่จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกในตอนนี้อย่าง “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยังโหดไม่เลิก บุกไปถล่ม “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก 04 คาสนาม “เฟลตินส์ อารีนา” ถึง 5-0 โดยได้ประตูจาก จอห์น เทอรี นาทีที่ 2 , วิลเลียน นาทีที่ 29,เคียร์ชโฮฟ ทำเข้าประตูตัวเองนาทีที่ 44,ดิดิเยร์ ดร็อกบา นาทีที่ 77 และ รามิเรส นาทีที่ 78 เก็บ 3 คะแนนเต็มฉลุยเข้ารอบน็อกเอาท์ไปอีกทีม ส่วนชาลเก ยังต้องไปวัดกับสปอร์ติง ลิสบอน ในการเข้ารอบนัดสุดท้าย  สรุปผลการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ทุกคู่ มีดังนี้  กลุ่มอี : ซีเอสเคเอ มอสโก เสมอ โรมา 1-1  กลุ่มอี : แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะ บาเยิร์น มิวนิก 3-2  กลุ่มเอฟ : อาโปเอล นิโคเซีย แพ้ บาร์เซโลนา 0-4  กลุ่มเอฟ : ปารีส แซงต์ แชร์กแมง ชนะ อาแจ็กซ์ 3-1  กลุ่มจี : ชาลเก แพ้ เชลซี 0-5  กลุ่มจี : สปอร์ติง ลิสบอน ชนะ มาริบอร์ 3-1  กลุ่มเอช : บาเต บอริซอฟ แพ้ ปอร์โต 0-3  กลุ่มเอช : ชัคตาร์ โดเนตส์ แพ้ แอธเลติก บิลเบา 0-1 เซอร์จิโอ อเกวโร “กุน” ตะบันแฮตทริกในช่วงท้ายเกม พา “เรือใบสีฟ้า”​แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สร้างปาฏิหาริย์ พลิกเอาชนะ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ได้แบบสุดระทึก เก็บ 3 คะแนนสำคัญต่อลมหายใจในการเข้ารอบน็อกเอาท์แชมเปียนส์ลีกต่อไป…

‘มูรินโญ’ ซูฮก แข้งสิงห์ สุดเถื่อนบุกถลุง ‘ชาลเก’ คาบ้าน

Sandbet99 SportPost224867

โฆเซ มูรินโญ กุนซือจอมแท็คติกของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ออกมาซูฮก ฟอร์มลูกทีมที่เล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมในเกมที่บุกไปถลุง ชาลเก คาบ้านถึง 5-0 ส่งผลให้ครองบัลลังก์จ่าฝูง พร้อมกับลอยลำเข้ารอบต่อไป…  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 25 พ.ย. ว่า โฆเซ มูรินโญ นายใหญ่จอมวางแผนของ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี ยกย่องลูกทีม หลังโชว์ฟอร์มกันได้อย่างยอดเยี่ยมจนบุกไปถล่ม “ราชันสีน้ำเงิน” ชาลเก คาบ้านไปแบบเละเทะ 5-0   จ่าฝูงพรีเมียร์ลีกออกนำไปก่อน 3-0 ตั้งแต่ครึ่งเวลาแรกโดยได้ประตูจาก จอห์น เทอรี,วิลเลียน และการทำเข้าประตูตัวเองของ ยาน เคียร์ชโฮฟฟ์ ก่อนที่ครึ่งหลังจะมาบวกสกอร์ได้อีก 2 ลูกจาก ดิดิเยร์ ดร็อกบา และ รามิเรส ตัวสำรอง ส่งผลให้ เชลซี ลอยลำเข้ารอบน็อกเอาท์ต่อไปในฐานะแชมป์กลุ่ม จี แน่นอนแล้ว  “นักเตะของเราเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน ในจุดนี้ทีมของเราเป็นทีมที่สมบูรณ์มาก และกำลังมีความมั่นใจมากด้วย การชนะ 5-0 ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ด้วยการออกไปเยือนมันเป็นเรื่องไม่ธรรมดา แต่การออกไปเยือนเยอรมันแล้วเอาชนะได้ถึง 5-0 มันเป็นเรื่องไม่ธรรมดามากกว่า มันช่างน่าประทับใจจริงๆ เรามีทีมที่ดี เห็นได้ชัดว่า เราก็แพ้ได้ และผลการแข่งขันที่เลวร้ายกำลังรอเราอยู่ แต่ความจริงในตอนนี้เราทั้งทีมเล่นกันได้อย่างยอดเยี่ยมเหลือเกิน”  ทั้งนี้นัดต่อไปของเชลซีจะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ สปอร์ติง ลิสบอน ในนัดสุดท้ายของกลุ่มอี

‘กิกส์’ยกนิ้วร่วมงาน ‘ฟาน กัล’ ได้เรียนรู้เพียบ

sandbet99 sport234567534568978250

ไรอัน กิกส์ อดีตแข้งระดับตำนานรับ รู้สึกแฮปปี้กับการทำงานเป็นผู้ช่วยของ หลุยส์ ฟาน กัล กุนซือชาวดัตช์ ทีม “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พร้อมยอมรับว่าได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเทรนเนอร์รายนี้…  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย. ไรอัน กิกส์ อดีตแข้งระดับตำนานของ “ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยอมรับว่ารู้สึกแฮปปี้กับการทำงานเป็นผู้ช่วยของ หลุยส์ ฟาน กัล และเปิดเผยว่าตนได้เรียนรู้อะไรมากมายจากเทรนเนอร์รายนี้  ในซีซั่นที่ผ่านมาช่วง 4 นัดสุดท้ายอดีตดาวเตะวัย 40 ปี เคยได้รับหน้าที่เป็นผู้จัดการทีมชั่วคราวหลังมีการปลด เดวิด มอยส์ ก่อนที่ตัวเขาจะประกาศแขวนสตั๊ดในเวลาต่อมาและได้เข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยให้ กับ ฟาน กัล เทรนเนอร์คนใหม่ของ “ปิศาจแดง” ในช่วงเดือนพฤษภาคม ซึ่งตัวเขาก็พอใจที่ได้รับมอบหมายงานจากโค้ชที่มีประสบการณ์  กิกส์ ได้เล่าถึงความรู้สึกที่ได้ทำทีมในช่วงท้ายฤดูกาลว่า “ผมไม่ได้คิดถึงเรื่องอื่นเลย ข่าวลือมันหนาหูขึ้นเรื่อยๆ ว่า หลุยส์ จะเข้ามารับงาน คุณก็ต้องยอมรับ แต่สมาธิของผมไปอยู่ที่เกม 4 นัดสุดท้ายมากกว่า”  เมื่อถูกถามเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับอดีตกุนซือทีมชาติเนเธอร์แลนด์ อดีตแข้งชาวเวลส์ ก็เล่าว่า “มันก็ดีนะ เขาดีกับผมมากๆ และเขาก็ให้ผมได้รับผิดชอบสิ่งต่างๆ มากมาย”  “ก่อนจะมาพบกัน เขาไม่รู้จักผมมาก่อนและช่วงปรีซีซั่นก็ช่วยได้มากเพราะการที่คุณต้องอยู่ ภายใต้การนำของเขา 3 สัปดาห์ มันทำให้เราได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันได้อย่างรวดเร็วมากๆ ไม่ใช่แค่ผู้จัดการทีมคนเดียวแต่ยังร่วมไปถึงทีมงานคนอื่นๆ”  “ผมรู้จักสโมสร ผมรู้เรื่องวัฒธรรม และผมก็พยายามช่วยเหลือเขาตรงนั้น แต่เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคนที่มีประสบการณ์และเคยคุมมาแล้วหลายสโมสร เราพยายามเรียนรู้ซึ่งกันและกันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ มันเป็นการช่วย เหลือซึ่งกันและกัน แต่เขาเป็นผู้จัดการทีมและเขาเป็นคนตัดสินใจ ซึ่งผมก็พยายามเรียนรู้จากเขาให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”.

‘เจมส์’ ยิง 29 แต้ม ‘คาวาเลียร์ส’ อัด ‘เมจิกส์ 106-74

sandbet99 sport234567534568978251

“เลบรอน เจมส์” โชว์ฟอร์มสุดฮอต ทำ 29 คะแนน พา คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เปิดบ้านเอาชนะ ออร์แลนโด เมจิกส์ ไป 106-74 ในศึกบาสเกตบอลเอ็นบีเอ สหรัฐฯ…  สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย. การแข่งขันบาสเกตบอล เอ็นบีเอ ฤดูกาล 2014-15 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ สนามควิกเคน โลนส์ อารีนา คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ทีมในกลุ่มอีสต์เทิร์น เซ็นทรัล เปิดบ้านรับการมาเยือนของ ออร์แลนโด เมจิกส์ ทีมจากกลุ่มอีสเทิร์น เซาธ์อีสต์  เริ่มต้นควอเตอร์แรกเป็น คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ที่ออกสตาร์ตได้ดีกว่า ทำแต้มออกนำไปก่อน 26-16 จากนั้นในควอเตอร์ที่สองก็ยังเป็นเจ้าบ้านที่เดินหน้าทำแต้มต่อ ส่งผลให้ยังคงนำที่ 56-38  ควอเตอร์ที่สาม คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ยังคงเครื่องร้อน ทำแต้มหนีไปเป็น 81-58 และในควอเตอร์สุดท้ายก็ยังเป็นเจ้าถิ่นที่เล่นได้ดีกว่า ทำให้จบการแข่งขัน คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส เอาชนะ ออร์แลนโด เมจิกส์ ไป 106-874 เก็บสถิติเป็น 6-7 (ชนะ 6 แพ้ 7) ขณะที่ ออร์แลนโด เมจิกส์ มีสถิติ 6-10 (ชนะ 6 แพ้ 10)  สำหรับคนที่ทำแต้มสูงสุดในเกมนี้ ได้แก่ เลบรอน เจมส์ ของ คลีฟแลนด์ คาวาเลียร์ส ที่ทำไป 29 คะแนน 4 รีบาวด์ 11 แอสซิสต์ ส่วนสูงสุดของ เมจิกส์ เป็น วิคเตอร์ โอลาดิโป ทำไป 22 คะแนน 9 รีบาวด์ 2 แอสซิสต์.  ส่วนผลคู่อื่น มีดังนี้  ปอร์ตแลนด์ เทลเบลเซอร์ ชนะ ฟิลาเดลเฟีย เซเวนตีซิกเซอร์ส 114-104 แอลเอ คลิปเปอร์ส ชนะ ชาร์ลอตต์ ฮอร์เนตส์ 113-92 ฟีนิกส์ ซันส์ แพ้ โตรอนโต แร็ปเตอร์ส 100-104 นิวยอร์ก นิกส์ แพ้ ฮุสตัน ร็อคเกตส์ 86-91 อินเดียนา เพเซอร์ส ชนะ ดัลลัส มาฟเวอร์ริกส์ 111-100 ชิคาโก บูลส์ ชนะ ยูทาห์ แจ็ซ 97-95

‘มิลาน’ ชวดชัย โดน ‘งูใหญ่’ ไล่เจ๊า 1-1

sandbet99 sport234567534568978271

“ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน เปิดบ้านเสมอกับ “งูใหญ่” อินเตอร์ มิลาน ไป 1-1 ในเกมมิลานดาร์บี้แมตช์ ของศึกกัลโช เซเรีย อา อิตาลี เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…   ศึกฟุตบอลกัลโช เซเรีย อา อิตาลี ฤดูกาล 2014-2015 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 พ.ย.  คู่ที่น่าสนใจ เป็นเกมมิลานดาร์บี้แมตช์ “ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน  ทีมอันดับ 7  เปิดสนาม จูเซ็ปเป เมอัซซา รับการมาเยือนของ “งูใหญ่”  อินเตอร์ มิลาน  ทีมอันดับ 9     เกมนี้  ฟิลิปโป อินซากี กุนซือเอซี มิลาน วาง ซัลลี มุนตารี คุมแดนกลางร่วมกับ ไมเคิล เอสเซียง  ส่วนแนวรุกมี สเตฟาน เอล ชาราวี และ เฟอร์นานโด ตอร์เรส เป็นทีเด็ด   ด้าน โรแบร์โต มันชินี กุนซือคนใหม่ของ อินเตอร์ มิลาน ประเดิมคุมทีมเป็นเกมแรก วาง  ซดราฟโก คุซมาโนวิช  คุมเกมแดนกลาง ส่วนแนวรุกใช้ เมาโร อิคาร์ดี จับคู่ โรดริโก ปาลาซิโอ ลงล่าตาข่าย  เริ่มเกมครึ่งแรก น.9 อินเตอร์ ได้ลุ้นก่อน จากจังหวะที่  เมาโร อิคาร์ดี ตัดบอลจาก ซัลลี มุนตารี ได้แถวกลางสนาม ก่อนพาบอลหลุดเข้าไปยิง  แต่ ดีเอโก โลเปซ นายด่านมิลาน เซฟไว้ได้ เมาโร อิคาร์ดี กองหน้าอินเตอร์ ได้หลุดไปยิงแต่ ดีเอโก โลเปซ ใช้ขาเซฟได้  จากนั้น น.11 อินเตอร์ได้ลุ้นต่อ เมื่อ  เมาโร อิคาร์ดิ  ตะบันด้วยขวาหน้าเขตโทษ บอลแฉลบแนวรับมิลาน   ดีเอโก โลเปซ รับกระฉอก แต่สุดท้ายกองหลังมาช่วยเคลียร์ออกไปได้  ถึง น.24 กลายเป็น  เอซี มิลาน  ที่ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ ไมเคิล เอสเซียง ไหลออกทางซ้ายให้ สเตฟาน เอล ชาราวี เปิดเข้าไปในเขตโทษ เฌเรมี เมเนซ ซัดผ่านมือ ซาเมียร์  ฮันดาโนวิช นายด่านอินเตอร์ เข้าไปอย่างสวยงาม  ท้ายครึ่งแรกไม่มีประตูเพิ่ม จบครึ่งแรก เอซี มิลาน นำ อินเตอร์ มิลาน อยู่ 1-0 เฌเรมี เมเนซ (ซ้าย) ยิงให้ เอซี มิลาน ขึ้นนำ 1-0  กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง ถึง น.61 อินเตอร์ ตามตีเสมอ 1-1 จากจังหวะที่ โจเอล โอบี  ได้จังหวะซัดด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษ บอลพุ่งเรียดเสียบเสาเข้าไปอย่างสวยงาม โจเอล โอบี ซัดตีเสมอให้ อินเตอร์ มิลาน  จากนั้น น.75 เอซี มิลาน น่าได้ประตูขึ้นนำอย่างที่สุด เมื่อ สเตฟาน เอล ชาราวี ได้หลุดไปซัดเหน่งๆในเขตโทษ แต่ลูกบอลเจ้ากรรมดันพุ่งชนคานซะอย่างนั้น  เวลาที่เหลือไม่มีฝ่ายไหนทำประตูเพิ่มได้ จบเกม เอซี มิลาน เปิดบ้านเสมอกับ อินเตอร์ มิลาน ไป 1-1 เก็บเพิ่มเป็น 18 คะแนน อยู่อันดับ 7 ของตาราง ส่วน อินเตอร์ มิลาน มี 17 แต้มอยู่อันดับ 8 ของตาราง  ส่วนผลคู่อื่น มีดังนี้  โตริโน แพ้ ซัสซูโอโล 0-1 เซเซนา เสมอ ซามพ์โดเรีย 1-1 เวโรนา แพ้ ฟิออเรนตินา 1-2 ปาร์มา แพ้ เอ็มโปลี 0-2 นาโปลี เสมอ กายารี 3-3 อูดิเนเซ เสมอ คิเอโว 1-1  ผลฟุตบอล ลาลีกา สเปน  ราโย บาเยกาโน ชนะ เซลตา บีโก 1-0 เลบันเต ชนะ บาเลนเซีย 2-1 เอลเช เสมอ กอร์โดบา 2-2 บียาร์เรอัล ชนะ เกตาเฟ 2-1

‘บีร็อด’ บอกแข้งหงส์แก้ไขฟอร์มด่วน หลังบุกพ่ายพาเลซ

sandbet99 sport234567534568978272

หลังจากที่ทัพหงส์แดง บุกไปพ่าย “อินทรีผงาด” คริสตัล พาเลซ  อย่างน่าผิดหวัง 1-3 ในเกมลีก เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา  เกมที่สนาม เซลเฮิร์สท์ ปาร์ค ลิเวอร์พูล ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที 2 จาก ริคกี้ แลมเบิร์ต ก่อนที่ ดไวท์ เกย์ล จะมาตีเสมอ 1-1 ให้ พาเลซ ในนาทีที่ 17 ก่อนที่ในครึ่งหลัง เจ้าถิ่นจะมาบวกเพิ่มอีก 2 ประตู จาก โจ เลดลีย์ นาทีที่ 78 และ ไมล์ เยดินัค ที่ซัดฟรีคิดสุดสวยปิดท้าย ในนาทีที่ 81 ทำให้ คริสตัล พาเลซ เอาชนะ  ลิเวอร์พูล ไป 3-1  ร็อดเจอร์ส กล่าวว่า “เราเสียประตูแบบแย่จริงๆ และเราไม่สามารถโทษใครได้เลยนอกจากตัวเราเอง  ในฐานะผู้จัดการทีมผมขอเป็นคนรับผิดชอบทุกอย่าง นี่คือกลุ่มผู้เล่นที่ยอดเยี่ยม พวกเขามุ่งมั่นทุ่มเทให้เราในทุกวัน แต่เราจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนา และต้องทำอย่างรวดเร็วด้วย” เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือทีม ลิเวอร์พูล ออกมากระตุ้นลูกทีมให้ปรับปรุงฟอร์มการเล่นโดยเร็วที่สุด หลังบุกไปพ่าย  คริสตัล พาเลซ 1-3 ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา…    สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันที่ 24 พ.ย. ว่า เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล สโมสรแกร่งแห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ออกมากระตุ้นลูกทีมให้รีบปรับปรุงฟอร์มการเล่นอย่างเร่งด่วน

chille store of soccer betting